sportsupdate2016

10 เหตุการณ์ที่สุดกีฬาโลก 2016

ข่าวกีฬาโลก , , 0 Comments

นับเวลาถอยหลังเข้าสู่ปี 2016 เหตุการณ์ในวงการกีฬาในรอบปีที่ผ่านมา มีเรื่องให้พูดกล่าวเล่าขานกันไม่เว้นวัน แต่มี 10 เหตุการณ์ที่สุด ที่คอกีฬาจะต้องจดจำไปอีกนาน ไม่มีวันลืม ซึ่งทาง textsies ได้รวมเหตุการณ์ที่สุดมาให้อ่านกันแล้ว มีเหตุการณ์อะไรกันบ้าง เรามาดูกัน !!

sportsupdate2016

อันดับ 10 : แชมป์ที่รอ! สหราชอาณาจักร ทำได้ ซิวแชมป์ “เดวิสคัพ” รอบ 79 ปี

สหราชอาณาจักร ผงาดซิวแชมป์ “เดวิสคัพ” รอบ 79 ปี
79 ปีที่รอคอย สำหรับพลพรรคนักหวดลูกสักหลาดจากสหราชอาณาจักร ที่ผงาดคว้าแชมป์เดวิสคัพ เป็นหนแรก นับตั้งแต่ปี 1936 และเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 10 ไปครองแบบยิ่งใหญ่

โดยการคว้าแชมป์ครั้งนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับ แอนดี เมอร์เรย์ สักหลาดมือ 2 ของโลก ที่เป็นแม่ทัพพาทีมชาติของเขาฝ่าด่านทีมแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส และ ออสเตรเลีย จนกระทั่งถึงรอบชิงชนะเลิศ ที่หวดเอาชนะทีมชาติเบลเยียมคาบ้านถึง 3-1 คู่

นอกเหนือจากการคว้าแชมป์แล้ว แอนดี เมอร์เรย์ ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักหวดที่คว้าชัยชนะในประเภทชายเดี่ยวรายการนี้ติดต่อกัน 8 เกม ต่อจาก จอห์น แม็คเอนโร และ แมตส์ วิแลนเดอร์ 2 ตำนานชาวอเมริกัน และสวีเดน ที่เคยทำไว้เมื่อปี 1982 และ 1983 ตามลำดับอีกด้วย

อันดับ 9 : วอร์ริเออร์ส คว้าแชมป์เอ็นบีเอรอบ 40 ปี, ตำนาน โคบี้ รีไทร์

วอร์ริเออร์ส คว้าแชมป์เอ็นบีเอรอบ 40 ปี, ตำนาน โคบี้ รีไทร์
สาวกนักรบทองคำได้สมหวังเสียที หลังจากคว้าแชมป์เอ็นบีเอในรอบ 40 ปีไปครอง นับตั้งแต่ที่เคยได้แชมป์ เมื่อปี 1975 พร้อมสร้างสถิติขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่มีผู้เล่นลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ โดยที่ไม่มีคนไหนมีประสบการณ์ในเกมชิงชนะเลิศมาก่อนเลย รวมไปถึงการมีโค้ชรุกกี้คนแรกอย่าง สตีฟ เคอร์ ที่สามารถคว้าแชมป์เอ็นบีเอได้สำเร็จ

โดยแม่ทัพที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมที่จะไม่พูดถึงก็จะไม่ได้ นั่นคือ สตีเฟน เคอร์รี เจ้าของรางวัลเอ็มวีพีฤดูกาลปกติ และเจ้าของสถิติยิง 3 แต้มสูงที่สุด ทั้งในฤดูกาลปกติและเพลย์ออฟ ด้วยฟอร์มการเล่นที่หาตัวจับยาก ส่งผลให้พลพรรค “นักรบทองคำ” ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ในปีนี้ไปครอง และต่อยอดผลงานยอดเยี่ยมไปยังฤดูกาลถัดไป (2015/16) ที่พวกเขาเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่เปิดตัวฤดูกาลใหม่ได้อย่างโหดเหี้ยมที่สุด หลังชนะติดต่อกันที่ 24 นัด ก่อนจะมาถูก มิลวอร์กีย์ บัคส์ เบรกสถิติลงในนัดที่ 25 อย่างน่าเสียดาย

นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน วงการยัดห่วงเอ็นบีเอ ต้องรับข่าวสุดช็อกเมื่อ โคบี ไบรอันท์ ตำนานการ์ดยุค 90 วัย 37 ปี ของลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ประกาศรีไทร์หลังจบฤดูกาลนี้อย่างเป็นทางการ ทำเอาสาวกพันธุ์แท้ม่วงเหลือง และคอกีฬายัดห่วงทั่วโลกต่างใจหายกันไปตามๆ กัน

อันดับ 8 : สลดใจโลกกีฬา! โจนา โลมู, จูลส์ เบียงคี เสียชีวิต

อาลัย จูลส์ เบียงคี และ โจนา โลมู ที่เสียชีวิต
การจากไปแบบไม่วันกลับของ โจนา โลมู ตำนานรักบี้ทีมชาตินิวซีแลนด์ในวัย 40 ปี และ จูลส์ เบียงคี นักขับฟอร์มูลาร์ วัน ฝีมือดี ชาวฝรั่งเศส ในวัยเพียง 25 ปี ทำเอาวงการกีฬาเศร้าสลดใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจนา โลมู ถือเป็นนักรักบี้ซุปเปอร์สตาร์ทีมชาตินิวซีแลนด์ ที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งและคอกีฬาต้องรู้จักเป็นอย่างดี

เมื่อปี 2002 โลมู ได้ประกาศเลิกเล่นรักบี้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากป่วยเป็นโรคไตเนโฟรติก หรือ ไตรั่ว ก่อนจะต่อสู้กับโรคร้ายนี้มานานถึง 14 ปี จนกระทั่งวันที่ 18 พ.ย. 2015 โลมูไม่สามารถยื้อชีวิตต่อไปได้ ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ประชาชนชาวนิวซีแลนด์เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา วงการมอเตอร์ สปอร์ต ก็ต้องสูญเสียยอดนักขับฟอร์มูลาร์ วัน ฝีมือดีชาวฝรั่งเศสอย่าง จูลส์ เบียงคี จากค่ายเฟอร์รารี ในวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น หลังไม่สามารถยื้อชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ จากการแข่งขันรายการเจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมปีที่แล้วได้ ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลเมืองนีซ ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง

อันดับ 7 : เขย่ากินเนสส์บุ๊ก! ‘เลวานดอฟสกี’ ลงสำรอง ยิง 5 ลูก 9 นาที

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี สร้างชื่อลงสำรอง แต่ยิง 5 ประตูใน 9 นาที
ทำเอาวงการโลกลูกหนังถึงกับตื่นตะลึง สะพรึงถึงความโหดเหี้ยมกระเทียมดองของยอดศูนย์หน้าชาวโปแลนด์ นามว่า “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี” หลังจากสร้างชื่อให้กับตัวเอง พร้อมประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้รับรู้ว่า เขาคือยอดดาวยิงที่ลงมาเป็นตัวสำรอง และยิง 5 ลูกใน 9 นาทีเท่านั้น!!!

เกมดังกล่าวเกิดขึ้นในศึกเดเอฟเบ โพคาลที่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ไล่ถล่มเอาชนะ “หมาป่า” โวล์ฟบวร์ก 5-1 วันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฮีโร่ในแมตช์นี้ ถูกเป๊ป กวาร์ดิโอลา นายใหญ่ของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ส่งลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงเริ่มครึ่งหลัง ก่อนที่หัวหอกวัย 27 ปี จะทำเอานายใหญ่ของเขา รวมไปถึงแฟนบอลในสนามถึงกับอ้าปากหวอหลังตะบันตาข่าย 5 ประตูในเวลาห่างกันเพียงแค่ 8.59 วินาที

ซึ่งความบ้าคลั่งนี้ ทำเอา กินเนสส์บุ๊ก เวิลด์ ออฟ เรคคอร์ด ต้องส่งตัวแทนมามอบประกาศนียบัตร เพื่อรับรองสถิติความโหดเหี้ยมถึง 4 สถิติทันที ได้แก่ การยิงแฮตทริกเร็วที่สุด, ยิง 4 ประตูเร็วที่สุด, ยิง 5 ประตูเร็วที่สุด และตัวสำรองที่ทำประตูได้มากที่สุดในนัดเดียว

อันดับ 6 : ไม่โปร่งใส? ฟีฟ่ามาเอง สั่งเลื่อนเลือกตั้ง นายกบอลไทย

ฟีฟ่า สั่งเลื่อนเลือกตั้งนายกบอลไทย
ขาใหญ่มาเอง! สำหรับ เจมส์ จอห์นสัน ตัวแทนจากฟีฟ่า และ นายซาน จีเหวิน ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) รวมไปถึงคณะทำงานของฟีฟ่า ที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อประเมินความโปร่งใสในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ทาง “ฟีฟ่า” ก็มีคำสั่งลงโทษแบน นายวรวีร์ มะกูดี หรือ บังยี นายกสมาคมฟุตบอลไทยห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางฟุตบอล ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ เป็นเวลา 90 วัน เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยละเมิดหลักการด้านจริยธรรมขององค์กร โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 2558 และเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็น 11 ก.พ.ปีหน้า

ส่งผลให้ ดร.ภิญโญ นิโรจน์ อุปนายกสมาคมฯ คนที่ 1 ขึ้นรักษาการตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ แทน “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฯ ที่ถูกแบน 90 วัน

อันดับ 5 : ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! 5 น้องใหม่ไฉไลคว้าตั๋วลุยยูโรครั้งแรก

5 น้องใหม่คว้าตั๋วลุยยูโรรอบสุดท้ายครั้งแรก
ศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปอย่าง ยูโร 2016 เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย โดยครั้งนี้ต่างมีทีมที่ไม่เคยเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายมาก่อนถึง 5 ทีม ประกาศศักดาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับชาติตัวเอง ด้วยการตีตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกแบบน่าภูมิใจ

โดย 5 ชาติดังกล่าว ประกอบด้วย “มังกรแดง” เวลส์ ที่นำทัพโดย แกเร็ธ เบล ยอดปีกความเร็วสูง จากเรอัล มาดริด ยกระดับชาติเล็กๆ ให้ผงาดเทียบชั้นกับบรรดายักษ์ใหญ่ของทวีปทั้งหลาย, “ไวกิ้ง” ไอซ์แลนด์ ทีมโนเนมที่หักปากกาเซียน เขี่ย เนเธอร์แลนด์ ยักษ์ใหญ่อีกทีมร่วงตกรอบคัดเลือกในรอบ 31 ปี, “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์เหนือ ที่พิชิต “เทพนิยาย” กรีซ อดีตแชมป์เก่าเมื่อปี 2004 ตกรอบคัดเลือกเช่นเดียวกัน, “สโลวาเกีย” ทีมม้ามืดที่โชว์ผลงานดีมาตลอดในรอบแบ่งกลุ่ม และสามารถเอาชนะ แชมป์เก่า “กระทิงดุ” สเปน ได้ด้วย และสุดท้ายคือทีม “แอลเบเนีย” อดีตสมันน้อยที่สร้างเซอไพรส์ เบียด เซอร์เบีย ขาประจำยูโรรอบสุดท้ายอีกทีม ร่วงตกรอบคัดเลือกแบบพลิกความคาดหมาย

น้องใหม่เหล่านี้จะสร้างประวัติศาสตร์ในรอบสุดท้ายให้กับชาติตัวเองไปในทิศทางใด “ยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศสกลางปีหน้า คือคำตอบ

อันดับ 4 : ปิดตำนานกำปั้นไร้พ่าย! ‘ฟลอยด์’ ประกาศแขวนนวม

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ปิดตำนานแขวนนวมอย่างเป็นทางการ
เป็นเรื่องฮือฮาพอสมควร กับการประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการของ “เดอะ มันนี” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดกำปั้นแห่งยุค ชาวอเมริกัน ที่ประกาศรีไทร์ด้วยผลงานไร้เทียมทานไม่แพ้ใคร 49 ไฟต์ตลอด 19 ปี ในสังเวียนผืนผ้าใบ

ซุปเปอร์สตาร์กำปั้นวัย 38 ปี คว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครองได้ถึง 5 รุ่น พร้อมกวาดเงินเข้ากระเป๋าสูงถึง 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไฟต์สุดท้ายในอาชีพของ “เดอะ มันนี” เกิดขึ้นในวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยไล่ต่อยเอาชนะ อังเดร เบอร์โต กำปั้นรุ่นน้องชาวเฮติไปแบบเอกฉันท์ ทำให้เขาทำสถิติไร้พ่าย 49 ไฟต์ (ชนะน็อก 268 ครั้ง) พร้อมทำสถิติไม่แพ้ใครสูงสุด เทียบเท่ากับตำนานแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตจากชาติเดียวกัน อย่าง ร็อกกี มาร์เซียโน เมื่อ 59 ปีที่แล้ว

หลังไฟต์นี้จบลง “เดอะ มันนี” ก็ยืนกรานว่า เขาจะแขวนนวมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากหมดความท้าทาย และไม่มีอะไรให้พิสูจน์อีกต่อไป ก่อนจะโบกมือลาแฟนมวยปิดตำนานยอดนักชกไร้พ่ายไปอย่างยิ่งใหญ่

อันดับ 3 : สร้างชื่อแดนสยาม! สาวไทย บุกแคนาดาฟาดแข้งบอลโลก

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์เล่นบอลโลกเป็นครั้งแรก
ถึงแม้จะร่วงตกรอบแรกในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา แต่ถือว่าการได้ไปลงเตะในทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ของพลพรรคช้างศึกสาว ก็ถือเป็นกำไรล้ำค่าในชีวิต และเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก

พลพรรคชบาแก้ว ที่นำทัพโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมคนสวย ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก อีกทั้งตลอดทัวร์นาเมนต์ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างได้ใจกองเชียร์ และคว้า 3 แต้มแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าชัยชนะเหนือ ไอวอรี โคสต์ ยอดทีมจากทวีปแอฟริกาในรอบแบ่งกลุ่ม 3-2

แม้ว่าจะได้แค่เกือบเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด หลังมีคะแนนน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ แบบฉิวเฉียด แต่ถึงอย่างไรฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้แล้ว แถมได้ใจทุกคนสายเลือดไทยที่ตามเข้าไปเชียร์ และคอยลุ้นอยู่ที่ดินแดนสยามไปเต็มๆ

อันดับ 2 : นายใหญ่คอร์รัปชัน! แบลตเตอร์ ลาออกฟ้าผ่า ปธ.ฟีฟ่า, กลับลำก่อนโดนแบน 8 ปี

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ ประมุขฟีฟ่า มีแต่ข่าวฉาวตลอดทั้งปี
เหตุการณ์สุดฉาวที่สุดประจำปีนี้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของบุรุษอดีตประมุขฟีฟ่า นามว่า “เซปป์ แบล็ตเตอร์” เริ่มจากวันที่ 2 มิ.ย. ที่ตัวเขาออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานฟีฟ่า หลังเพิ่งชนะการเลือกตั้งครั้งที่ 5 ติดต่อกันไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว เหตุการณ์นี้ทำเอาทั่วโลกแทบจะแหกปากสะใจ ที่แบลตเตอร์ ยอมสละบัลลังก์ เนื่องจากประมุขรายนี้ตกเป็นข่าวฉาวโด่งดังกับเรื่องการฉ้อโกง คอร์รัปชัน ตลอดระยะเวลาที่นั่งบังเหียนเกือบ 20 ปี

แต่ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าตัวกลับลำยืนยันว่าตัวเขายังไม่สละบัลลังก์ฟีฟ่าอย่างแน่นอน ทำเอาทั่วโลกถึงกับอึ้งกับวาจากลับกลอกของประมุขรายนี้ จนกระทั่งวันที่ 20 ก.ค. ขณะที่ “ปู่เซปป์” กำลังแถลงข่าวเลือกหัวเรือฟีฟ่าคนใหม่ ก็เกิดเหตุการณ์สุดช็อกไปทั่วโลก เมื่อ ตลกเมืองผู้ดีที่ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า “ลี เนลสัน” ขัดจังหวะการแถลง ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปหน้าเวทีพร้อมโปรยแบงก์ปลอมใส่หน้าของ “ปู่เซปป์” เพื่อตอกหน้าถึงความไม่บริสุทธิ์ ฉ้อโกง คอร์รัปชัน ขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำเอา “ปู่เซปป์” ขายขี้หน้าไม่น้อย พร้อมยกเลิกการแถลงข่าวทันที

ไม่เพียงแค่นี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. “ปู่เซปป์” ก็เจอเรื่องฉาวอีกครั้ง เมื่อ คณะกรรมการด้านจริยธรรมของฟีฟ่า สั่งลงโทษแบนตัวเขา และ มิเชลล์ พลาตินี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ห้ามข้องเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลใดๆ เป็นเวลา 8 ปี จากกรณีทุจริต ฉ้อโกง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ส่งผลให้ “ปู่เซปป์” ต้องปิดตำนานประมุขคอร์รัปชันชั่วคราว และหมดสิทธิ์ลงเลือกตั้งประมุขฟีฟ่าคนใหม่ ในวันที่ 26 ก.พ.ปีหน้า แน่นอนแล้ว

อันดับ 1 : PRAY FOR PARIS ! ก่อการร้ายกรุงปารีส เสียชีวิตนับร้อย

ก่อการร้ายในกรุงปารีส ระหว่างเกมอุ่นเครื่อง ฝรั่งเศส พบ เยอรมนี
ที่สุดของปี 2015 เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดระดับต้นๆ ของโลก ภายหลังที่กลุ่มติดอาวุธรุนแรงนาม “ไอซิส” วางระเบิด และกราดยิงแบบไม่มีใครคาดฝัน พรากชีวิตคนบริสุทธิ์มากกว่า 150 คน รอบกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง

โดยเหตุการณ์สุดสลดนี้ เกิดขึ้นขณะที่เกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าภาพยูโร 2016 ลงตะบันแข้งกับ ทีมชาติเยอรมนี แชมป์โลกครั้งล่าสุดกันอยู่ ซึ่งบริเวณทางเข้าของสนามสต๊าด เดอ ฟรองค์ ที่กำลังอุ่นเครื่องกันอยู่นั้นก็เกิดเหตุสุดช็อก เมื่อแฟนบอลไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถึง 3 คน ต้องมาจบชีวิตจากการระเบิดของผู้ก่อการร้ายจิตใจเลวทรามดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ประชาชนจากหลายกลุ่มทั่วโลก ต่างประนามการกระทำอันเลวทรามของผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ และแสดงความเสียใจ ไว้อาลัยต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ พร้อมติดแฮชแท็ก “PRAY FOR PARIS” ในโลกโซเชียล เพื่ออาลัยต่อการจากไปแบบไม่มีวันกลับของผู้เคราะห์ร้าย จากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจดจำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *