บิ๊กแมตช์ คาราบาว คัพ เชลซีบู๊ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอลรอบรองชนะเลิศ

คาราบาว คัพ

หลังจากจบแมตช์การแข่งขันในถ้วยคาราบาว คัพ หรือลีกคัพของอังกฤษ ก็ได้มีการจับสลากประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศกันเลย และคู่ที่น่าสนใจก็คงหนีไม่พ้นการโคจรมาพบกันของสองคู่รักคู่แค้นร่วมเมือง ลอนดอน อย่างสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี และไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

ส่วนบริสตอล โรเวอร์ส มีโอกาสที่จะสอยทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง หลังเพิ่งสร้างผลงานคว่ำปีศาจแดงทะลุเข้ารอบรองฯ มาพบกับแมนฯ ซิตี้ ทางด้านเชลซีหวุดหวิดที่จะต้องเล่นต่อเวลาอยู่แล้ว เมื่อโดน แดน กอสลิ่งยิงตีเสมอช่วงนาทีที่ 90 แต่อัลบาโร โมราต้า สวมบทฮีโร่มายิงประตูชัยให้ทีมชนะไป 2-1 ในนาทีที่ 2 ของการต่อเวลา ทำให้เชลซีผ่านเข้ารอบรองฯ ถ้วยคารบาวคัพมาได้ในที่สุด มาพบกับคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่างอาร์เซนอล ซึ่งเอาชนะเวสต์แฮมมาได้ชิลล์ๆ 1-0

เชื่อได้ว่าการพบกันของทั้งสองทีมในถ้วยใบนี้ น่าจะเป็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ทางด้านอาร์เซนอลก็ให้ความหวังกับถ้วยใบนี้เป็นอย่างมาก เพราะหากดูจากโปรแกรมการแข่งขัน และตารางคะแนนในลีกตอนนี้ของอาร์เซนอล ถ้าหากจะหวังความสำเร็จใดๆ สักหนึ่งอย่างในปีนี้ ก็คงต้องคว้าแชมป์ลีกคัพให้ได้ก่อนสัก 1 ถ้วย

เพราะตอนนี้เก้าอี้ของเวนเกอร์ก็ร้อนแล้วร้อนอีก แถมในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม ต้องเปิดเอมิเรต สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของหงส์แดงลิเวอร์พูลอีก ซึ่งอาร์เซนอลต้องแก้ตัวให้ได้หลังจากเมื่อต้นฤดูกาลเคยยกพลไปพ่ายหงส์แดงมา 4-0 ถ้าหากนัดนี้อาร์เซนอลยังต้องมาแพ้เกมนี้อีก อาจจะทำให้อนาคตของเวนเกอร์ กับอาร์เซนอลนั้นจบลงก็เป็นได้

สถานการณ์ต่างๆ อาร์เซนอลเริ่มส่งสัญญานที่ไม่ค่อยดีกับตัวนายใหญ่ชาวฝรั่งเศสผู้นี้มานานแล้ว ทั้งตัวนักเตะในทีมอาร์เซนอลเองก็มีบางคนที่ดูจะไม่มีใจที่จะเล่นให้ทีมสักเท่าไหร่ การคุมทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ เริ่มที่จะเป็นไปอย่างยากลำบากจริงๆ ในตอนนี้ หากเขาสามารถพาทีมเข้าชิงฟุตบอลถ้วยในรายการ คาราบาวคัพได้ อย่างน้อยก็น่าที่จะเรียกความมั่นใจให้ทีมได้มากเลยทีเดียว

โดยคาราบาวคัพ รอบรองฯ นัดแรกจะแข่งกันในวันที่ 9-10 มกราคม นัดที่สองคือ 23-24 มกราคม จะเล่นแบบเหย้าและเยือน สำหรับผู้ชนะจะเข้าไปชิงชนะเลิศกันที่สนามเวมบลีย์ ในวันที่  25 กุมภาพันธ์ 2018 เวนเกอร์จะต้องพยายามพาอาร์เซนอลผ่านเชลซีเข้าไปชิงชนะเลิศให้ได้ และถ้าคาดการณ์ไม่ผิดคู่ชิงน่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั่นเอง

ทิมเชอร์วู้ด ลั่นซานเชซ หมดใจเล่นให้อาร์เซนอลไปแล้ว

ทิมเชอร์วู้ด

ทิม เชอร์วู้ด อดีตกัปตันชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า  อเล็กซิซ ซานเชซ กองหน้าผู้เคยแบกทีมของอาร์เซนอล ได้หมดใจที่จะเล่นให้ต้นสังกัดไปจนหมดสิ้นแล้ว หลังจากที่เชอร์วู้ดได้สังเกตการเล่นให้อาร์เซนอลของอเล็กซิส ซานเชซ มาหลายต่อหลายนัด

โดยเชอร์วู้ด ได้กล่าวกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า “ อาร์เซน เวนเกอร์ ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนโง่อะไรนะ เขามองออกถึงสื่อต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อทีมโดยรวมอย่างไม่ต้องสงสัย และจากที่ผมเห็นก็คือ เวนเกอร์ สามารถจัดการกับปัญหาภายในใจของเทพปรือได้อยู่หมัด ซึ่งผลของมันก็คือเมซุต โอซิลกลับมาฟอร์มแจ่มได้อย่างที่เห็น แต่สำหรับอเล็กซิซนั้นมันตรงกันข้ามเลย เขาหมดใจไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผมเชื่อว่าเจ้าตัวคงตัดสินใจไปแล้วว่าจะต้องถึงเวลาไปสักที ความคิดตอนนี้ก็คงประมาณว่า ทำไมคุณถึงยังเก็บผมไว้กับทีมอยู่อีก ปล่อยผมออกไปอยู่ที่อื่นได้แล้ว เพราะผมไม่ต้องการเล่นฟุตบอลที่นี่อีกต่อไป” เชอร์วู้ดกล่าว

ซึ่งถ้าหากเราสังเกตจากผลงานของอเล็กซิซ หรือวิธีการเล่นภายในสนามของเขากับอาร์เซนอล เราจะรู้สึกอึดอัด ไม่รู้สึกเหมือนเขามีความสุขใดๆ เลยกับสโมสรแห่งนี้ และในฤดูกาลนี้ หลายๆ ครั้งที่เขาเล่นให้อาร์เซนอล เขามักจะเล่นเพื่อตัวเองและแสดงความไม่พอใจผ่านสีหน้าหลายต่อหลายครั้ง

มันเป็นอาการของคนที่ไม่มีใจที่จะเล่นให้กับทีมนี้แล้ว ไม่มีความสุขในการซ้อม หรือการใช้ชีวิตอยู่กับสโมสรแห่งนี้ โดยเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมามากมายเกี่ยวกับตัวของอเล็กซิส แต่สุดท้ายเขายังคงอยู่กับอาร์เซนอล แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาอยากอยู่ หรืออยากอยู่เพราะเขามีความสุขกับที่นี่แต่อย่างใด

เพราะถ้าเราได้ติดตามข่าว ดูเหมือนมีข่าวจากแมนฯ ซิตี้ เข้ามา และเจ้าตัวเองก็ให้ความสนใจอยู่มาก แต่หลังจากเวลาผ่านไป กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้น เนื่องจากทางอาร์เซนอลเองก็ไม่อยากเสียดาวยิงคนสำคัญของทีมไปแต่อย่างใด และในที่สุดเมื่อการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น อเล็กซิสต้องอยู่กับอาร์เซนอลต่อไป แต่ดูเหมือนจะเป็นการอยู่แบบซังกะตาย ไม่ได้อยู่เพราะอยากเล่นให้กับทีมนี้อีกแล้ว นั่นคือสิ่งที่มันออกมาจากตัวของอเล็กซิซตลอดเวลาในฤดูกาลนี้

และเป็นสิ่งที่เชอร์วู้ดนั้นเห็น และได้บอกกล่าวออกมา แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่แค่เชอร์วู้ดที่เห็น ทั้งแฟนอาร์เซนอลหรือแม้แต่เวนเกอร์เองก็น่าจะรู้แล้วว่าเวลาของอเล็กซิสที่นี่มันจบลงแล้ว

โอซิล พร้อมต่อสัญญาอาร์เซนอล แต่มีข้อแม้ 1 อย่าง

หลังจากได้เปิดใจคุยกับทางบอร์ดบริหาร และทางอาร์เซน แวนเกอร์แล้ว ดูเหมือนเทพปรือ เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ตัวเก่งของอาร์เซนอลก็ฟอร์มดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีใจที่จะเล่นให้อาร์เซนอลเลย เรียกได้ว่าฟอร์มตกลงไปแบบน่าใจหาย

แต่ภายหลังจากได้เคลียร์ใจกันแล้ว ก็ทำให้เจ้าตัวดูมีความสุข และกลับมามีความมุ่งมั่นกับสโมสรอีกครั้งแล้ว โดยล่าสุดเพิ่งวอลเลย์สุดสวย พาทีมเอาชนะนิวคาสเซิลมาได้ เก็บชัยไล่บี้หัวตารางพรีเมียร์ลีกต่อไป ทั้งนี้ดูเหมือนว่ามีข่าวออกมาในแง่ดีเหมือนกันสำหรับอาร์เซนอล เมื่อโอซิลพร้อมตกลงต่อสัญญากับสโมสรออกไป แต่ว่าต้องทำตามเงื่อนไขที่เขาเรียกร้อง 1 อย่าง นั่นก็คือต้องเปลี่ยนให้เขาได้ใช้งานเบอร์เสื้อเป็นเบอร์ 10  เท่านั้น

ซึ่งถ้าดูจากข้อเสนอเพียงเท่านี้แล้ว ทางด้านอาร์เซนอลก็ไม่น่าจะอิดออดแต่อย่างใด โดยสัญญาของโอซิลนั้นจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ และสามารถเจรจาย้ายทีมล่วงหน้าได้กับสโมสรอื่นๆ ในช่วงตลาดซื้อขายเปิดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า โดยมีหลายสโมสรใหญ่ในยุโรปให้ความสนใจ โดยเฉพาะทางฝั่งของอริร่วม พรีเมียร์ลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุดจากเดอะซัน ระบุว่า ทางโอซิลพร้อมพิจารณาต่อสัญญากับทีม หากได้เปลี่ยนเบอร์เสื้อจากเบอร์ 11 มาเป็นเบอร์ 10 ซึ่งปัจจุบันของแจ็ค วิลเชียร์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างแบรนด์ให้กับตัวเอง เพราะปัจจุบันเขาก็ใช้ชื่ออินสตาแกรมชื่อว่า m10_official จริงๆ แล้วการเรียกร้องเรื่องแบบนี้ในสัญญาถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกแต่อย่างใด ในอดีตก็มีออกมาให้เห็นอย่างมากมาย โดยในสมัยก่อนคนที่ใส่เบอร์ 10 มักจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในทีม อย่างในกรณีที่เดล ปิเอโร่ ของยูเวนตุสซึ่งตอนนั้นเป็นนักเตะดาวรุ่ง ขอใส่เสื้อเบอร์ 10 แทนโรแบร์โต้ บัจโจ้ จนทำให้ยูเวนตุสต้องปล่อยตัวโรแบร์โต้ บัจโจ้ ออกไปค้าแข้งกับเอซี มิลานในเวลาต่อมา

การเรียกร้องเพียงแค่นี้ของโอซิล จึงคาดว่าทางอาร์เซนอลเอง หากต้องการจะรั้งตัวนักเตะไว้ให้ได้ ก็คงไม่มีปัญหาใดๆ อีกทั้งในตอนนี้ดูเหมือนว่าทางอาร์เซนอลก็ต้องการที่จะปล่อยตัวแจ๊ค วิลเชียร์ ออกจากทีมให้ได้เช่นกัน จึงไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด และแน่นอนว่าเมซุต โอซิล ก็เป็นนักเตะสำคัญประจำทีมอาร์เซนอลตอนนี้ เพราะถ้าหากรั้งซูเปอร์สตาร์ภายในทีมไม่ได้ คาดว่าอาร์เซนอลอาจถึงคราวแพแตกก็เป็นได้ หลังมีแต่ข่าวย้ายทีมของนักเตะหลายๆ คน

แถมอนาคตของเวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอลก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มไม่แน่นอนแล้วเช่นกัน

เวนเกอร์เซ็ง อาการชิรูด์ ดาวยิงอาร์เซนอลน่าเป็นห่วง

Giroud)

มีเรื่องให้ต้องปวดหัวเพิ่มมากขึ้นอีกแล้ว สำหรับอาร์เซน เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอล ที่ล่าสุดหลังจากเกมทุบ ขุนค้อน เวสต์แฮมเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไปในถ้วยคาราบาวคัพ โดยจะพบกับอริร่วมกรุงลอนดอนอย่างเชลซีนั้น ภายหลังเกมนายใหญ่อาร์เซนอลก็ได้อัพเดทถึงอาการบาดเจ็บของกองหน้าตัวสำคัญของทีมอย่างโอลิวิเยร์ ชิรูด์ โดยในเกมนั้นชิรูด์เจ็บเอ็นร้อยหวายไปจากเกมชนะเวสต์แฮม 1-0 ในศึกคาราบาวคัพ ในช่วงท้ายเกม ซึ่งเวนเกอร์ก็เผยว่าอาการนั้นน่าจะหนักพอตัวเลย

“ดูแล้วมันน่าจะเป็นแบบนั้น แต่เราเองก็ต้องรอผลอยู่ ซึ่งการสแกนจะสามารถทำได้หลังจากได้รับบาดเจ็บ 48 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเราจะรู้ผลวันพฤหัสบดี แล้วมันก็จะสามารถประเมินผลได้ว่าอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายของเขาครั้งนี้จะร้ายแรงแค่ไหน แต่เมื่อคุณได้ยินเสียงของเขาในตอนนั้น คิดได้เลยว่าอาการมันน่าจะหนักหนาสาหัส แต่อย่างไรก็ตาม ความหนักมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเจ็บเสมอไป” เวนเกอร์นายใหญ่อาร์เซนอลกล่าว

ซึ่งนับเป็นความโชคร้ายของชิรูด์เองด้วย ที่ต้องมาเจ็บตอนนี้ และถ้าเขาเจ็บหนักและต้องพลาดโอกาสลงสนามไปยาวนาน ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งสโมสรอาร์เซนอลและทีมชาติฝรั่งเศสของเขาเองด้วย เพราะที่ผ่านมาดาวยิงอาร์เซนอลก็มีโอกาสอย่างต่อเนื่องมาตลอดในทีมชาติฝรั่งเศส แต่สำหรับอาร์เซนอลแล้ว ดูเหมือนว่าอนาคตของเขาไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่นัก

โดยที่ผ่านมาก็มีข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมของตัวเขาออกมาอยู่เรื่อยๆ และดูเหมือนเขาเองก็ไม่ค่อยมีความสุขเสียแล้วกับต้นสังกัด ซึ่งทางมิคาเอล มานูเอลโล เอเยนต์ของดาวยิงอาร์เซนอลก็ได้ออกมาพูดถึงอนาคตของชิรูด์ ดาวยิงคนสำคัญของอาร์เซนอลหลังข่าวหลายกระแสมากมายในช่วงนี้ว่า “ตอนนี้ทุกอย่างยังคงมีความซับซ้อนอยู่ แต่ทั้งตัวผมและชิรูด์ พวกเราไม่ได้มีนิสัยแบบพวกขี้โวยวายอะไร และชอบที่จะค่อยๆ หาทางออกกันอย่างนุ่มนวล เพิ้อให้ทั้งสองฝ่ายพอใจมากกว่า และมันก็เป็นธรรมชาติของทีมอย่างอาร์เซนอลอยู่แล้วกับการทำงานในเรื่องนี้ รวมถึงการนำเสนอข่าวต่างๆ จากสโมรสร

ซึ่งเราก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะสามารถตำหนิอะไรได้ ตอนนี้ผมมองว่าทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าทีมไหนยื่นข้อเสนอมาให้อย่างไร ถ้าหากมีขึ้นมาจริงๆ ทุกคนก็จะมานั่งปรึกษากันเพื่อหาจุดลงตัว แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องได้รู้ว่ามีข้อเสนอยื่นเข้ามาจริงหรือไม่ในช่วงตลาดหน้าหนาวนี้ และพยายามต่อรองเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกันในทุกๆ ฝ่าย” เอเยนต์ชิรูด์กล่าว

เรื่องราวของชิรูด์กับอาร์เซนอลจะได้บทสรุปอย่างไรในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ตอนนี้คงต้องดูถึงการรักษาอาการบาดเจ็บของเขาก่อนเท่านั้นว่าเขาจะบาดเจ็บหนักแค่ไหน

เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอลชมเปาะ มหาเทพเวลเบ็ค ทั้งฟิตทั้งยิงได้

อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล กล่าวแสดงความชื่นชมต่อ แดนนี่เว็ลเบ็ค ดาวยิงประจำทีมอาร์เซนอลที่กลับมาฟิตสมบูรณ์และสามารถที่จะลงเล่นเต็ม 90 นาทีได้ แถมยังเป็นผู้ยิงประตูชัย พาทีมอาร์เซนอลชนะ เวสต์แฮมไปได้ 1-0 ในศึกคาราบาวคัพที่ผ่านมา

โดยเวนเกอร์กล่าวว่า “การที่เวลเบ็คได้ลงเล่นจนครบ 90 นาทีเต็ม นั่นคือสิ่งที่เป็นไปในทางบวกอย่างมาก แถมยังยิงได้อีกหนึ่งประตู บอกเลยว่าทุกอย่างจะต้องดีสำหรับเขามากๆ นอกจากนี้เรายังเล่นกันได้อย่างมีคุณภาพตั้งแต่ต้นจนจบ มีทั้งรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย และมีความรวดเร็ว แถมเกมรับก็ยังแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ในครึ่งหลังลูกทีมของผมอาจจะมีการดร็อปลงไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของสปีดเกม รวมถึงรูปแบบการเข้า ซึ่งเป็นผลจากการประกบตัวผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น อยางไรก็ตาม เมื่อมองดูรูปเกมโดยรวมแล้วทุกอย่างดูลงตัวและดีเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะฟอร์มของแดนนี่ เวลเบ็ค แต่ก็มีเรื่องเศร้านิดหน่อยที่ชิรูด์ต้องมาเจ็บไปอีก” เวนเกอร์กล่าว

จากประตูของแดนนี่ เวลเบ็ค ส่งผลให้ทีมอาร์เซนอลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในถ้วยคาราบาวคัพ ไปเจอกับคู่รักคู่แค้นอย่างเชลซี ที่สามารถผ่านบอร์นมัธมาได้อย่างหืดจับ ทำให้เชลซีได้ผ่านเข้าไปทำศึกลอนดอนดาร์บี้ แมตช์กับอาร์เซนอลในถ้วยใบนี้ ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลนี้มา แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าตัวเก่งของอาร์เซนอลก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอด ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ลงโชว์ฟอร์มอย่างต่อเนื่องมากนัก

แต่นับเป็นเรื่องที่ดีทั้งกับตัวเขาและอาร์เซนอล ที่ตอนนี้เวลเบ็คมีความฟิตสมบูรณ์พร้อมที่จะรับใช้ต้นสังกัดอย่างเต็มที่ โดยดูได้จากการลงเล่นเต็ม 90 นาทีในบอลถ้วยที่ผ่านมา น่าจะทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลมีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งตัวเวลเบ็คเองก็หวังที่จะมีชื่อลุ้นติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซียในกลางปีหน้าอีกด้วย ทำให้เจ้าตัวต้องรีบเค้นฟอร์มเก่งให้ได้โดยเร็ว หากหวังจะมีชื่อติดทัพทีมชาติอังกฤษในยุคของเซาท์เกธ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในปัจจุบัน

เพราะตัวเซาท์เกธเองเคยบอกไว้แล้วว่า เขาจะไม่นำนักเตะที่ไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับสโมสรติดทัพไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียอย่างแน่นอน ได้ยินอย่างนี้แล้ว เวลเบ็ค กองหน้าตัวเก่งของอาร์เซนอล คงต้องรีบเร่งความฟิต และฟอร์มการเล่นให้เข้าตานายใหญ่แห่งทีมชาติอังกฤษโดยเร็ว เพื่อความหวังของเขา